จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

ช่องเขาขาด : Hellfire Pass

อัพเดทช้าอีกแล้ว พออัพเดทช้าจึงรู้สึกว่าต้องเขียนอะไรสักหน่อยเป็นคำขอโทษ ขอเล่าให้ฟังถึงพิพิธภัณฑ์น่าสนใจที่ได้ไปชมมาเมื่อเร็วๆ นี้ ที่อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด ทางรถไฟไทย-พม่า ที่กาญจนบุรี (แผนที่ pdf)เป็นพิพิธภัณฑ์ดีมากๆ ไม่ค่อยเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่เห็นในไทย (อาจเพราะฝรั่งเป็นคนทำ โดยได้ทุนสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย)

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทำให้ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะ จากไทยไปพม่ามากขึ้นอีกมาก ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นต้องการเส้นทางขนส่งที่ปลอดภัยระหว่างสิงคโปร์และพม่า จึงสร้างทางรถไฟความยาว 415 กิโลเมตรนี้ขึ้น จากบ้านโป่งไปถึงตันบูซายัต วิศวกรอังกฤษเคยสำรวจความเป็นไปได้นี้แล้ว ก็ยังไม่สร้างเพราะบอกว่าเป็นเส้นทางที่โหดร้ายทารุณเกินไป แต่ญี่ปุ่นลงมือสร้างโดยใช้แรงงานจากเชลยศึกชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย ดัตช์ อเมริกา กว่า 60,000 คน และแรงงานรับจ้างชาวเอเชียอีกกว่า 200,000 คน โครงการนี้ประเมินแต่แรกว่าจะใช้เวลาสร้าง 5 ปี แต่ญี่ปุ่นเร่งสร้างให้เสร็จภายใน 20 เดือน

ทางรถไฟนี้สร้างด้วยแรงงานคนเป็นหลัก โดยมีอุปกรณ์และเครื่องมือทันสมัยช่วยน้อยมาก โรคภัยและการขาดอาหาร รวมถึงการต้องทำงานหนักถึงวันละ 16 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในการสร้างทางรถไฟนี้ เชลยศึกกว่าหนึ่งหมื่นคนเสียชีวิต ส่วนแรงงานรับจ้างชาวเอเชียเสียชีวิตเกือบ 1 แสนคน

เมื่อเข้าไปยังอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เราจะเข้าไปยังตึกเล็กๆ ที่แสดงข้อมูล แผนที่จำลอง ตัวอย่างเครื่องมือและข้าวของต่างๆ ในการสร้างทางรถไฟ รวมทั้งหนังสั้น 7 นาทีที่ฉายภาพชีวิตเชลยศึก น่าชื่นชมที่ข้อมูลทุกอย่างมี 2 ภาษา ทั้งไทยและอังกฤษ (แม้บรรดาเหล่าหูตาซุกซนซึ่งเป็นนิสัยอันแก้ไม่ได้ จะเห็นและซุบซิบถึงความผิดพลาดในการแปล และการสะกดภาษาไทยชนิดชวนคันไม้คันมือบ้าง) แต่ต้องเรียกว่าข้อมูลดีมาก คุณภาพดี ดอททึ่งพิพิธภัณฑ์นี้มาก เมืองไทยมีสถานที่เช่นนี้อยู่ด้วยหรือนี่

เมื่อเข้าไปจะมีหนังสั้นฉายแนะนำเกี่ยวกับอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ดอทคิดว่าหนังเรื่องนี้มีสองภาษา แต่ขณะไปถึงมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่พอดี ดังนั้นเสียงบรรยายจึงเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อดูจบและอ่านข้อมูลคร่าวๆ จึงเดินเข้าไปชมอีกห้องหนึ่งซึ่งแสดงงาน ห้องนี้มืด บรรยากาศมีพลังชวนให้น่าเกรงขามและน่าเคารพ ที่ดีมากคือเขาสร้างโครงสร้างเลียนแบบทางรถไฟ ทำให้ได้อารมณ์หลอนๆ และเงียบงันอย่างประหลาด มีห้องฉายหนังมีภาพจริงจากชีวิตเชลยศึกทำดีมาก หนังสั้นนี้ไม่มีเสียงบรรยาย มีแต่เสียงดนตรีและคำบรรยายทั้งไทยและอังกฤษ ดูแล้วทรงพลังมาก ทั้งน่าหดหู่และน่าเศร้าใจ หลังจากได้อ่านข้อมูลต่างๆ มาแล้ว เมื่อมาดูหนังเรื่องนี้ เสียงเพลงประกอบทุกเสียงในหนังดังก้องในใจ

ที่ตึกนี้มีทางเดินออกไปชมวิวที่สวยมาก ปลายสุดทางเดินเป็นอ่างใส่ดอกไม้สวย เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ทำให้มีบรรยากาศเยือกเย็น ทั้งสวยทั้งวังเวง

ต่อจากนั้น ผู้ชมที่สนใจสามารถเดินออกจากตัวตึกเพื่อชมช่องเขาขาด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ทุรกันดารของทางรถไฟไทย-พม่า ทางรถไฟสายนี้สร้างผ่านเส้นทางหฤโหดจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือช่องเขาขาด ซึ่งเชลยต้องขุดเขาให้เป็นร่องเพื่อสร้างทางรถไฟ ชื่อภาษาอังกฤษของเส้นทางนี้คือ Hellfire Pass ในช่วงท้ายของการสร้างทางรถไฟ ญี่ปุ่นเร่งสร้างทั้งกลางวันกลางคืน ข้อมูลจากอนุสรณ์สถานเขียนไว้ว่า "ที่บริเวณซึ่งทำการตัดช่องเขาขาดนั้น แสงแวบๆ จากกองไฟส่องกระทบเรือนร่างที่ผอมโซของคนงาน จึงเป็นที่มาของชื่อ ช่องไฟนรก (Hellfire Pass)" แม้แต่เอกสารแจกของอนุสรณ์สถานแห่งนี้ยังทำดีมาก ใครทำพิพิธภัณฑ์ควรดูไว้เป็นตัวอย่าง

ทางเดินไปชมช่องเขาขาดต้องเดินลงบันได และเดินเท้าเป็นระยะประมาณ 300 เมตร น่าชมอีกแล้วว่าเขาช่างทำดีจริงๆ ทางเดินเท้านี้เป็นพื้นหินก้อนเล็กก้อนน้อย เดินด้วยรองเท้าที่สบายยังไม่สบาย ชวนให้นึกถึงเชลยสมัยนั้นจำนวนมากที่ต้องเดินเท้าเปล่า ว่าจะทุกข์ยากเพียงใด ที่ช่องเขาขาดนั้นเป็นช่องลึก ทั้งสวยมากและน่าทึ่งว่าคนเราหรือนี่ที่ทำสิ่งนี้ได้ด้วยมือ บริเวณนั้นเย็นชื้น ที่พื้นมีแต่หญ้ามอสส์ขึ้น เป็นความสงัด ศักดิ์สิทธิ์ น่าเคารพ ที่น่าชมอีกอย่างคือทั่วบริเวณนั้นสะอาดเหลือเกิน อีกทั้งมีแต่ความเงียบ เป็นที่ที่จะทำให้เรารำลึก เรายังเห็นผีเสื้อ เห็นแมลง สิ่งเดียวที่ทำให้ดอทตกใจคืองู ซึ่งสุดท้ายเขาก็ไปซ่อน แม้ว่าดอทจะทำใจอยู่นานกว่าจะยอมเดินผ่านบริเวณนั้น

ใครอยากเดินชมทางรถไฟสายเก่าสามารถเดินเท้าต่อไปได้ถึง 4 กิโลเมตร (แผนที่ทางเดินเท้า pdf)

อนุสรณ์สถานแห่งนี้ช่างแตกต่างจากหลายแห่งในไทย ไม่มีส้มตำ ลูกชิ้นปิ้งขายกันเอิกเกริกอึกทึก ไปเห็นวิวแม่น้ำแควคราวนี้เต็มไปด้วยแพซึ่งสร้างทรรศนะอุจาด แถมได้ยินว่าตกกลางคืน แพบางแห่งจะกลายร่างเป็นคาราโอเกะอีกด้วย ช่างเป็นอะเมซิ่งไทยแลนด์จริงๆ

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เข้าชมฟรี อยากชวนไปชมถ้าคุณแวะผ่านเมืองกาญจน์ อย่าลืมใส่รองเท้าสบายๆ ไป ควรพกน้ำดื่มติดตัวไปด้วยขณะเดินลงไปชมช่องเขาขาด เพราะขาขึ้นบันไดชันคงทำให้คอแห้งพอแรง

ขากลับยังมีของหวาน เพราะเมื่อออกมาที่ถนนใหญ่นอกพิพิธภัณฑ์ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านต้นไม้ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาสาว-สาว-สาว ทำให้ต่างเริงร่าไปชมและซื้อต้นไม้แบบตัวใครตัวมัน ได้ต้นไม้กลับอีกพะเรอ เหมือนผีเสื้อโบยบินออกไปหาดอกไม้ อากาศที่นั่นทำให้เขาปลูกกล้วยไม้สวยจนน่าละเมอ ราคาหรือก็ไม่แพงเลย (ดอทว่าน่ารักจริงๆ เวลาผู้หญิงพากันกรี๊ดเมื่อผ่านร้านต้นไม้) ดอทได้ต้นไม้สวยถูกใจมา 3 ต้น หวังว่าเอากลับมาเลี้ยงที่กรุงเทพแล้วเขาจะยังสบายดี

เฟลิซิตี้เพิ่มเนื้อหาใหม่ส่วนสปอนเซอร์เว็บ เนื่องจากคนเราต้องกินต้องใช้ ดังนั้นจึงรับโฆษณาเสียบ้าง โฆษณาแรกเป็นนิตยสาร Surreal Family นิตยสารแห่งอนาคต ดูภาพปกแล้วคงเห็นด้วยว่าน่าอ่านพอใช้ เนื้อหาส่วนนี้ดูแลโดย พาเหียร ใครสนใจติดต่อขอลงสปอนเซอร์เว็บ โปรดติดต่อที่อีเมลข้างล่างนี้
 

เฟย์   ๒๗ กันยายน ๒๕๕๐

S K Y

S K Y
 

I should have begun with this; the sky.
A window minus sill, frame, and panes.
An aperture, nothing more,
but wide open.

I don't have to wait for a starry night,
I don't have to crane my neck
to get a look at it.
I've got the sky behind my back, at hand, and on my eyelids.
the sky binds me tight
and sweeps me off my feet.

Even the highest mountains
are no closer to the sky
than the deepest valleys.
There's no more of it in one place
than another.
A mole is no less in seventh heaven
than the owl spreading her wings.
The object that falls in an abyss
falls from sky to sky.